จักการเซรามิกแตกลายงา เทคนิคการเลือกชื้อเซรามิกแบบมือโปร

เซรามิกแตกลายงาทำอย่างไรถึงจะหาย?

        ปัญหาของเซรามิกแตกลายงาเกิดจาหลายปัจจัย บางครั้งมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยๆเมื่อเซรามิกถูกความร้อนมากๆก็จะทำให้ขยายตัว หรือเมื่อถูกความเย็นมากๆก็จะทำให้หดตัว จึงเกิดการเปราะบางของผลิตภัณฑ์ ที่เรียกว่าการแตกลายงา(crazing)

        เมื่อเราใช้งานเครื่องครัวเซรามิกเป็นเวลานาน เครื่องครัวบางชุดอาจเกิดการแตกลาย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " การราน " การที่เซรามิคเกิดการแตกลายนั้นอีกสาเหตุสำคัญเกิดจากการใช้น้ำยาเคลือบในปริมาณที่มากและน้อยต่างกัน เช่นจากการศึกษาพบว่า การรานจะลดลงเมื่อเติม ซาลิกา เข้าไปในส่วนของน้ำเคลือบ  ในทางตรงกันข้ามถ้าเติมโซดาเฟลด์สปาร์  เข้าไปในส่วนของน้ำเคลือบจะทำให้การรานมากขึ้น นอกจากนี้การใช้งานก็มีส่วนในการทำให้เซรามิคเกิดการแตกลายงา ได้เช่นกัน การที่เซรามิคถูกความร้อนมากๆจะทำให้เกิดรอยแตกลายงา ดั้งนั้นเราควรเก็บผลิตภัณฑ์เซรามิกให้ห่างจากความร้อนเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อน ความร้อนจากหลอดไฟในตู้โชว์ ถึงอย่างไรเราก็หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เซรามิกกับความร้อนไม่ได้ถ้าหากมีการเกิดลายงาวิธีแก้ไขก็มีดังนี้คะ

                หากภาชนะมีการแตกลายงาจำนวนที่น้อย วิธีแก้ไข ให้นำภาชนะเซรามิกไปแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 24 ซม. จะช่วยให้รอยแตกลายงาลดลง บ้านไหนมีภาชนะที่แตกลายงาลองนำไปทำตามวิธีนี้ดูคะ

 

                                                                                  

 

เทคนิคการเลือกชื้อเซรามิกอย่างคุณภาพ

 

หลายคนที่ชื่นชอบดื่มชากาแฟ หรือมักใช้ผลิตภัณฑ์จากเซรามิก เมื่อชื้อแล้วก็อยากใช้ง่ายได้อย่างคุ้มค่า วิธีเลือกก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่คุณเป็นคนช่างสังเกตอยู่แล้ว 

  1. รูปทรง วิธีดูผลิตภัณฑ์เซรามิกอับดับแรกเราควรดู รูปทรงของผลิตภัณฑ์ เช่นแก้ว  แก้วขอบปากมีลักษณะที่กลมไหม รูปทรงบิดเบียวหรือเปล่า หรือลักษณะของชาม ชามควรดูที่รูปทรงเช่นกัน ดูลักษณะของความกลมของชาม 
  2. น้ำหนัก การเลือกชื้อเซรามิก ผลิตภัณฑ์เซรามิกต่างๆถ้าคุณภาพดีเช่น แก้วกาแฟ ควรจะมีน้ำหนักเบา  เพราะการที่ผลิตภัณฑ์เซรามิกมีน้ำหนักเบา เนื้อเซรามิคจะมีความโปร่งแสง จะช่วยให้ผู้ชื้อไม่เมื่อยมือ วิธีการดูผลิตภัณฑ์เซรามิก เราควรดูบริเวณขอบปากแล้วจำเป็นต้องดู   ส่วนก้นของแก้วหรือภาชณะ ควรเป็นสีขาวเกลี้ยงเรียบเนียนไม่เป็นรอยหยาบกระดางของเนื้อดินมากเกินไปหรือรอยแตกที่เห็นได้อย่างชัดเจน  แต่ในส่วนของก้นภาชนะเซรามิก ไม่จำเป็นต้องดูอย่างละเอียด
  3. ลวดลาย ลวดลายต่างๆที่ผ่านกระบวนการทำที่แตกต่างขั้นตอน บางครั้งผลิตภัณฑ์เซรามิกดูน่าชื้อน่าสนล้วนใจเกิดจากลวดลายเป็นส่วนสำคัญ 
  4. ตำหนิ การเลือกชื้อผลิตภัณฑ์เซรามิกตามเทคนิคต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นแล้วในส่วนนี้ก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากงานเซรามิกเป็นงานที่ต้องใช้ดินมาเผา มาเคลือบตามขั้นตอนต่างๆจนเกิดเป็นตัวผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แต่หากเราหาจุดตำหนินั้นย่อมเกิดขึ้นอยู่ เช่นรอยจุดดำขนาดเล็ก ลอยหลุดของสีเคลือบ รอยแตก รอยเคลือบสีไม่ติด หรือรอยขาดของลวดลาย รอยตำหนิต่างๆเหล่านี้หากมากจนเกินไปก็อาจจะเกิดปัญหาในการใช้งาน แต่หากเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยผู้เลือกชื้อก็สามารถมองข้ามไปได้ 
  5.  อีกหนึ่งวิธีนอกจากความเบาของผลิตภัฑ์แล้วเราสามารถนำเซรามิกไปส่องกับไฟ เพื่อดูเนื้อของดิน ถ้าเป็นถ้วยน้ำชา ลักษณะที่ควรใช้ โบนไซน่า Bone chicn เป็นลักษณะเนื้อดินที่เหมาะสมดูลักษณะ จานชามเซรามิก โบนไซน่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเปราะบาง แต่มีความแข็งแกร่ง มีสีขาวนวล เวลาเคาะจะมีเสียงดังกังวานและมีความโปร่งแสงดีมาก
  6. สรุปการเทคนิคการเลือกชื้อผลิตจภัณฑ์เซรามิกดูลักษณะของรูปทรง น้ำหนัก การดูลักษณะของลวดลาย ที่สวยงามไม่ขาด  หรือมีจุดเศษฝุ่นติดในเนื้อของเซรามิคหรือไม่รวมถึงสีเคลือบสม่ำเสมอเท่ากันทั้งใบ ในส่วนภาชนะที่มีหู ควรดูรอยต่อที่เรียบเนียนและจับถนัดมือ เป็นต้น

 

หากอยากรู้วิธีการดูแลและเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เซรามิกอย่างถูกวิธี คลิ๊กอ่านบทความได้ที่ www.ของใช้ภายในบ้าน.com

เลือกชื้อผลิตภัณฑ์เซรามิกคุณภาพกับเรา

 สมาชิกเข้าสู่ระบบ
รายการสั่งซื้อ
 ตระกร้าสินค้ายังว่าง

ค้นหาสินค้า